การออกบูธงานกลางแจ้งในปัจจุบันได้รับความนิยมสูงมาก โดยเฉพาะงานแนว Green Market, Organic Fair, งานคราฟต์, ตลาดนัดนักศึกษา และเทศกาลตามจังหวัดต่างๆ ทำให้บูธไม้กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้ร้านดูโดดเด่น อบอุ่น และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ บูธไม้สามารถทนแดด ทนลม ดูสวยงาม และเข้ากับทุกบรรยากาศ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงาน Outdoor ที่ต้องการความแข็งแรงและความน่าดึงดูด

บทความนี้ได้รวบรวม 10 แบบบูธไม้สวยๆ ที่กำลังได้รับความนิยมในงานอีเวนต์กลางแจ้งปี 2025 ไม่ว่าจะเป็นแบบหลังคา แบบมินิมอล แบบระแนง หรือแบบพร้อมชั้นจัดแสดงสินค้า เพื่อเป็นไอเดียสำหรับร้านค้าที่ต้องการออกงานอย่างมีสไตล์ และทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากเข้ามาเยี่ยมชมตั้งแต่แรกเห็น


บูธไม้หลังคาจั่วสไตล์ยุโรป (European Market Style)

บูธไม้ทรงหลังคาจั่ว หรือรูปทรงบ้านเล็ก เป็นดีไซน์ยอดนิยมสำหรับงานกลางแจ้งทั่วโลก ความโดดเด่นอยู่ที่รูปทรงหลังคาที่ทำให้มองเห็นได้จากระยะไกล ให้ความรู้สึกเป็นมิตร อบอุ่น และเหมือนตลาดนัดแบบยุโรปเก่า เหมาะกับร้านกาแฟ เบเกอรี่ โฮมเมด งานศิลปะ และสินค้าที่ต้องการให้ลูกค้าถ่ายรูปคู่กับบูธ นอกจากนี้หลังคาจั่วช่วยกันแดดและกันฝนได้ดี ทำให้บูธมีฟังก์ชันพร้อมใช้งานทั้งวัน

จุดเด่นคือความแข็งแรง คงทนต่อแรงลม และมีพื้นที่ติดป้ายร้านด้านหน้าอย่างชัดเจน ทำให้แม้เป็นบูธขนาดเล็ก ก็ยังดูโดดเด่นกว่าแบบทั่วไป และสามารถดึงลูกค้าให้เข้ามาได้โดยไม่ต้องตกแต่งเยอะ


บูธไม้หลังคาผ้าใบกันแดด (Canvas Roof Booth)

บูธไม้หลังคาผ้าใบคือรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน Outdoor โดยเฉพาะ เพราะผ้าใบสามารถกันแดดได้ดีเยี่ยม ทำให้ร้านไม่ร้อนเกินไป และช่วยปกป้องสินค้าจากแสงแดดหรือฝุ่นละออง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับร้านเครื่องดื่ม ขนมที่ละลายง่าย หรือสินค้าที่ต้องการแสงร่มสม่ำเสมอ

ข้อดีอีกอย่างคือผ้าใบสามารถเลือกโทนสีให้เข้ากับแบรนด์ เช่น สีครีม สีขาว สีเบจ หรือสีเทาอ่อน ทำให้บูธดูเรียบหรูและเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติของงานกลางแจ้งได้เป็นอย่างดี


บูธไม้สไตล์มินิมอลญี่ปุ่น (Minimal Outdoor Booth)

ดีไซน์แบบญี่ปุ่นเป็นที่นิยมมากในงาน Outdoor เพราะให้ความรู้สึกสะอาดตา อบอุ่น และสื่อถึงความเรียบง่ายอย่างมีรสนิยม บูธประเภทนี้มักใช้ไม้โทนสีอ่อน เช่นไม้สนหรือไม้อัดแบบสีธรรมชาติ พร้อมไฟ Warm Light สีเหลืองนวล ทำให้ร้านดูเป็นมิตรและดึงดูดสายตาได้ดี

เหมาะกับสินค้าที่ต้องการสื่อถึงคุณภาพ เช่น กาแฟ Specialty, เบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่น, ชาเขียว, งานคราฟต์ และสกินแคร์แนวธรรมชาติ การจัดบูธแบบมินิมอลช่วยให้สินค้าโดดเด่นมากขึ้น เพราะไม่มีลวดลายหรือของตกแต่งที่รบกวนสายตา


บูธไม้ระแนงโปร่ง (Slatted Wood Booth)

บูธไม้แบบระแนงโปร่งให้ภาพลักษณ์ทันสมัยและช่วยให้ลมผ่านได้ดี เหมาะมากกับงาน Outdoor ที่อากาศร้อน การใช้ระแนงไม้แนวตั้งหรือแนวนอนช่วยสร้างมิติให้บูธ และเมื่อโดนแสงแดดจะเกิดเงาที่สวยงาม เพิ่มความพิเศษและความพรีเมียมโดยไม่ต้องตกแต่งมากมาย

รูปแบบนี้มักใช้เป็นฉากหลังเพื่อถ่ายรูป หรือใช้เป็นผนังแสดงสินค้า เช่น โคมไฟ เครื่องหอม กรอบรูป ของตกแต่งบ้าน หรือสินค้าแนวไลฟ์สไตล์เพราะดูเป็นระเบียบและมีความเป็นศิลปะสูง


บูธไม้พร้อมชั้นโชว์สินค้า (Display Shelf Booth)

บูธไม้ที่มีชั้นวางสินค้าในตัวเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการโชว์สินค้าเยอะๆ อาทิ สกินแคร์ ขวดน้ำมันหอม ครีม เทียนหอม เครื่องประดับ และเซรามิก เพราะช่วยให้จัดสินค้าเป็นหมวดหมู่ ทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าได้ชัดเจนและหยิบจับง่าย

ข้อดีคือประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องนำโต๊ะหรือชั้นวางจากบ้านไปเพิ่ม และช่วยให้บูธดูเป็นระเบียบสวยงามโดยอัตโนมัติ ยิ่งถ้าชั้นวางออกแบบเป็นไม้เฉดเดียวกับเคาน์เตอร์ บูธจะดูหรูเหมือนร้านในห้างทันที


บูธไม้ยกพื้นกันชื้น (Raised Platform Booth)

สำหรับงานที่จัดบนสนามหญ้า ลานดิน หรือพื้นที่ชื้น บูธไม้แบบยกพื้นเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก เพราะช่วยกันความชื้น ละอองน้ำ และทำให้สภาพสินค้าดูดีอยู่ตลอดทั้งวัน ยิ่งถ้าฝนตกเบาๆ พื้นจะไม่เปียกหรือเป็นโคลน ทำให้ลูกค้าสามารถเดินเข้ามาได้สะดวก

บูธชนิดนี้ให้ภาพลักษณ์เหมือนบูธริมทะเลหรืองานท่องเที่ยว ทำให้ร้านดูมีสไตล์และเหมาะกับงานเทศกาลต่างๆ ที่ต้องการบรรยากาศชิลๆ เช่นเทศกาลดนตรี ตลาดกลางคืน หรืองาน Food Truck


บูธไม้พร้อมป้ายไฟ LED (LED Sign Booth)

อีกหนึ่งแบบที่โดดเด่นมากในงานกลางคืนคือบูธไม้ที่ติดป้ายไฟ LED หรือไฟเส้นแสง Warm Light ช่วยให้ร้านมองเห็นได้ชัดในเวลากลางคืน เพิ่มความทันสมัยและดึงดูดลูกค้าระยะไกลได้ดี โดยเฉพาะงานดนตรี งานตลาดกลางคืน และอีเวนต์ที่จัดตอนเย็นถึงดึก

ป้ายไฟ LED มักใช้โลโก้แบบอะคริลิกหรือป้ายสลักไม้ตกแต่งเพิ่ม ทำให้บูธมีความเป็นมืออาชีพและดูแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ต้องใช้ค่าออกแบบสูง


เคาน์เตอร์ไม้พับเก็บได้ (Foldable Wood Booth)

บูธแบบพับได้เหมาะสำหรับธุรกิจที่ออกงานบ่อย เพราะน้ำหนักเบา ประกอบง่าย และขนย้ายสะดวก สามารถใส่ท้ายรถเก๋งได้โดยไม่ต้องใช้รถกระบะ เหมาะกับร้านเริ่มต้น ร้านขนาดเล็ก หรือผู้ประกอบการเดี่ยวที่ทำทุกอย่างคนเดียว

แม้จะพับได้ แต่บูธเหล่านี้ก็มีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับงาน Outdoor หากเลือกวัสดุที่ดี เช่น ไม้อัดยาง ไม้สน และขาเหล็กเสริม บางรุ่นมาพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง ช่วยให้ร้านดูเป็นมืออาชีพและจัดเก็บง่ายขึ้น


บูธไม้โครงผสมเหล็ก (Hybrid Wood & Metal Booth)

บูธไม้ที่ผสมโครงเหล็กให้ความแข็งแรงมากขึ้น เหมาะกับงาน Outdoor ที่มีลมแรงหรือฝนตกบ่อย เช่น งานชายทะเล งานดอยสูง หรือพื้นที่โล่งกว้าง โครงเหล็กช่วยค้ำไม้ให้มั่นคง ไม่โยก ทำให้สามารถจัดงานได้อย่างปลอดภัย

ดีไซน์แบบผสมนี้ยังให้ความรู้สึกทันสมัย รองรับสินค้าที่มีน้ำหนักมากหรือเครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่ ทำให้เหมาะกับร้านกาแฟแบบจริงจัง ร้านอาหาร และสินค้าเครื่องจักรขนาดเล็ก


บูธไม้ทรงเปิดโล่ง 3 ด้าน (Open Frame Booth)

บูธทรงเปิดโล่งที่ใช้โครงไม้เป็นกรอบ ให้ความรู้สึกโปร่ง สบาย และเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย สามารถมองเห็นสินค้าจากทุกมุม เหมาะกับสินค้าแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน กระเป๋า รองเท้า หรือสินค้าที่ต้องการให้ลูกค้าจับและลองได้สะดวก

ข้อดีของบูธแบบนี้คือประหยัดงบ ไม่ต้องใช้ไม้จำนวนมาก แต่ยังดูสวย มีดีไซน์ และสามารถติดผ้าหรือพร็อพเบาๆ เพื่อเพิ่มบรรยากาศตามธีมงานได้ง่าย


สรุป: 10 แบบบูธไม้ Outdoor ที่ทำให้ร้านคุณโดดเด่นในทุกงานแฟร์

งานกลางแจ้งมีความท้าทายทั้งแดด ลม และสภาพพื้นที่ แต่ “บูธไม้” ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เพราะให้ความอบอุ่น แข็งแรง สวยงาม และเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติได้ดีที่สุด ทั้ง 10 แบบในบทความนี้สามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสายกาแฟ เบเกอรี่ งานคราฟต์ สกินแคร์ เครื่องประดับ หรือร้านแฟชั่น

สิ่งสำคัญคือการเลือกบูธที่เหมาะกับสินค้า ลักษณะพื้นที่ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อให้ร้านของคุณโดดเด่นที่สุดในงานอีเวนต์กลางแจ้ง และสร้างความประทับใจแรกพบแก่ลูกค้าได้ทันทีที่เดินผ่าน