เลือกขนาดบูธไม้อย่างไรให้เหมาะกับพื้นที่งานแฟร์
การเลือก “ขนาดบูธไม้” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดของการออกงานแฟร์ แต่กลับเป็นเรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการจำนวนมากมักมองข้าม หลายคนเลือกบูธจากความสวย ความถูก หรือเห็นคนอื่นใช้แล้วขายดี แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับพบว่า บูธใหญ่เกินไป เดินไม่สะดวก หรือเล็กเกินไปจนวางของไม่ได้ ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและประสบการณ์ของลูกค้า
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการเลือกขนาดบูธไม้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่บูธเล็กสำหรับมือใหม่ ไปจนถึงบูธขนาดใหญ่สำหรับแบรนด์จริงจัง เพื่อให้ “พื้นที่ทุกตารางเมตร” สร้างยอดขายได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
1. ทำไมขนาดบูธไม้ถึงสำคัญกว่าที่คิด
ขนาดบูธไม่ได้มีผลแค่เรื่องพื้นที่วางของ แต่ส่งผลต่อ
-
ความรู้สึกของลูกค้าเมื่อเดินเข้ามา
-
การจัดวางสินค้า
-
ความสะดวกในการขาย
-
ภาพลักษณ์แบรนด์
-
การจัดคิวและการบริการ
บูธที่ “พอดี” จะทำให้ลูกค้าเดินง่าย มองเห็นสินค้าได้ครบ และตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น ในทางกลับกัน บูธที่ใหญ่หรือเล็กเกินไป อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัดหรือมองไม่เห็นจุดเด่นของร้าน
2. ขนาดบูธไม้มาตรฐานที่พบในงานแฟร์
ก่อนเลือกบูธ คุณควรรู้จักขนาดมาตรฐานที่ผู้จัดงานนิยมจัดให้
2.1 บูธขนาด 1 × 1 เมตร
เป็นบูธขนาดเล็กที่สุดที่พบได้บ่อยในตลาดนัดและงานแฟร์ขนาดย่อม
เหมาะกับใคร
-
มือใหม่
-
ร้านที่ขายของชิ้นเล็ก
-
งานคราฟต์
-
เครื่องประดับ
-
ขนมชิ้นเล็ก
ข้อดี
-
ค่าเช่าพื้นที่ถูก
-
ใช้บูธไม้เล็ก ประหยัดงบ
-
จัดง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก
ข้อจำกัด
-
พื้นที่วางของจำกัด
-
ต้องจัดสินค้าให้กระชับมาก
-
ไม่เหมาะกับร้านที่ต้องมีอุปกรณ์เยอะ
2.2 บูธขนาด 1.5 × 1.5 เมตร
ขนาดยอดนิยมสำหรับงานแฟร์ทั่วไป
เหมาะกับใคร
-
ร้านกาแฟเล็ก
-
เบเกอรี่
-
สกินแคร์
-
เสื้อผ้าขนาดเล็ก
-
ร้านที่เริ่มจริงจังกับแบรนด์
ข้อดี
-
พื้นที่กำลังดี
-
จัด Layout ได้สวย
-
ลูกค้าเดินเข้าได้ง่าย
-
วางชั้นโชว์ได้หลายจุด
ข้อจำกัด
-
ต้องวางแผนตำแหน่งของดี ๆ
-
ไม่เหมาะกับร้านที่มีทีมงานหลายคน
2.3 บูธขนาด 2 × 2 เมตร
เป็นขนาดที่แบรนด์นิยมเลือกมากที่สุด
เหมาะกับใคร
-
ร้านกาแฟจริงจัง
-
ร้านอาหาร
-
แบรนด์สกินแคร์
-
แฟชั่น
-
ร้านที่มีอุปกรณ์เยอะ
ข้อดี
-
จัดโซนสินค้าได้ชัด
-
ลูกค้าเดินสบาย
-
รองรับคิวได้ดี
-
ภาพลักษณ์ดูมืออาชีพ
ข้อจำกัด
-
ค่าเช่าพื้นที่สูงขึ้น
-
ต้องมีบูธที่แข็งแรง
-
ใช้เวลาจัดบูธมากกว่า
2.4 บูธขนาด 2 × 3 เมตร หรือใหญ่กว่า
เหมาะกับงานใหญ่ งานในห้าง หรืองานอีเวนต์ระดับประเทศ
เหมาะกับใคร
-
แบรนด์ที่ต้องการโชว์ภาพลักษณ์
-
ร้านที่มีหลายไลน์สินค้า
-
ต้องการพื้นที่ทดลองสินค้า
-
ร้านที่มีทีมงานหลายคน
ข้อดี
-
สร้างประสบการณ์แบรนด์ได้เต็มที่
-
จัด Layout แบบร้านจริง
-
ลูกค้าใช้เวลาในบูธนานขึ้น
ข้อจำกัด
-
งบสูง
-
ต้องวางแผนละเอียด
-
ไม่เหมาะกับงานเล็ก
3. เลือกขนาดบูธไม้จาก “ประเภทสินค้า”
การเลือกขนาดบูธควรเริ่มจากสิ่งที่คุณขาย
กาแฟ / เครื่องดื่ม
-
แนะนำขั้นต่ำ 1.5 × 1.5 เมตร
-
ถ้ามีเครื่องชง แนะนำ 2 × 2 เมตร
-
ต้องเผื่อพื้นที่คิวลูกค้า
เบเกอรี่
-
1 × 1 เมตร ถ้าขายกล่องเล็ก
-
1.5 × 1.5 เมตร ถ้ามีตู้โชว์
-
ควรมีพื้นที่หน้าโต๊ะโล่ง
เสื้อผ้า / แฟชั่น
-
1.5 × 1.5 เมตร สำหรับร้านเล็ก
-
2 × 2 เมตร หากมีราวแขวนหลายชุด
-
ต้องมีพื้นที่ให้ลูกค้าเลือกนาน
สกินแคร์ / เครื่องสำอาง
-
1.5 × 1.5 เมตร กำลังดี
-
เน้นชั้นโชว์แนวตั้ง
-
ต้องมีพื้นที่ทดลองสินค้า
งานคราฟต์ / เครื่องประดับ
-
1 × 1 เมตร ก็เพียงพอ
-
ใช้ชั้นหลายระดับช่วยเพิ่มพื้นที่
4. เลือกขนาดบูธไม้จาก “งบประมาณ”
งบมีผลต่อขนาดโดยตรง
| งบประมาณ | ขนาดบูธที่เหมาะ |
|---|---|
| ต่ำกว่า 3,000 บาท | 1 × 1 เมตร |
| 3,000 – 6,000 บาท | 1.5 × 1.5 เมตร |
| 6,000 – 10,000 บาท | 2 × 2 เมตร |
| มากกว่า 10,000 บาท | 2 × 3 เมตรขึ้นไป |
ทริค: บูธเล็กแต่จัดดี ดีกว่าบูธใหญ่แต่จัดรก
5. ขนาดบูธไม้กับการจัด Layout
ขนาดบูธที่ต่างกัน ต้องจัด Layout ต่างกัน
บูธเล็ก
-
ใช้ชั้นแนวตั้ง
-
วางของให้น้อยแต่เด่น
-
หลีกเลี่ยงของใหญ่
บูธกลาง
-
แบ่งโซนชัด
-
มีจุด Highlight
-
วางเคาน์เตอร์ด้านข้าง
บูธใหญ่
-
ทำเส้นทางเดิน
-
มีโซนทดลองสินค้า
-
มีจุดถ่ายรูป
6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกขนาดบูธ
-
เลือกบูธใหญ่เกินงบ
-
เลือกบูธเล็กเกินสินค้า
-
ไม่เผื่อพื้นที่คนยืน
-
วางของแน่นเกินไป
-
ไม่คิดถึงการขนย้าย
7. สูตรเลือกขนาดบูธไม้แบบง่ายที่สุด
ให้ตอบ 5 คำถามนี้ก่อนเลือก
-
สินค้าของคุณชิ้นใหญ่หรือเล็ก
-
ต้องมีอุปกรณ์เยอะแค่ไหน
-
มีทีมงานกี่คน
-
ลูกค้าต้องยืนรอนานไหม
-
งบประมาณต่อครั้งเท่าไหร่
ถ้าตอบครบ คุณจะรู้ทันทีว่าควรเลือกบูธขนาดไหน
สรุป: เลือกขนาดบูธไม้ให้ถูก = ขายง่ายขึ้นทันที
-
บูธเล็ก เหมาะกับมือใหม่
-
บูธกลาง เหมาะกับร้านจริงจัง
-
บูธใหญ่ เหมาะกับแบรนด์
-
ขนาดพอดี ช่วยให้ลูกค้าเดินง่าย
-
พื้นที่ดี = ประสบการณ์ดี = ยอดขายดี
การเลือกขนาดบูธไม้ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นที่ แต่คือการวางกลยุทธ์การขาย หากเลือกถูกตั้งแต่แรก บูธของคุณจะดูเป็นมืออาชีพ น่าเข้า และช่วยเพิ่มยอดขายได้จริงในทุกงานแฟร์
